สินเชื่อบ้าน ที่ไหนดี

สินเชื่อบ้าน ที่ไหนดี

สินเชื่อบ้าน ที่ไหนดี

สินเชื่อบ้าน ที่ไหนดี

 

สินเชื่อบ้านที่ไหนดี ? น่าจะเป็นคำถามที่ใครหลายคนอยากรู้ในช่วงนี้กันไม่น้อย แน่นอนว่าผลกระทบจากวิกฤติโควิด 19 ที่แพร่ระบาดกลับมาเป็นครั้งที่ 3 นี้ ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ รวมทั้งภาคประชาชนกันไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าสำหรับเรื่องของอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นหนึ่งภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไปแบบเต็ม ๆ รู้หรือไม่ว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่าน ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องพบกับภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองจากวิกฤติโควิด 19 รวมทั้งกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่หายไป ทำให้ได้รับกระทบต่อยอดขายไปกันไม่น้อย

          หากจะเน้นขายกำลังซื้อภายในประเทศ แม้จะมีข่าวว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยในระดับราคาบน ๆ จะได้การตอบรับเป็นอย่างดี เพราะมีคนเข้ามาซื้อเป็นจำนวนไม่น้อยในช่วงที่อสังหาริมทรัพย์ประกาศแข่งกันลดราคา แต่สำหรับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีระดับราคาล่างที่มีราคาถูก ที่กลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่เอื้อมถึงได้ กลับไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีเท่าที่ควร นั่นก็เพราะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและผลจากวิกฤติโควิด 19

กระทบต่อกำลังซื้อและความแน่นอนในการประกอบอาชีพนั่นเอง  แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้แค่กระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงเท่านั้น  แล้วถ้าถามว่ายังจะมีภาคธุรกิจใดที่กำลังได้รับผลกระทบเกี่ยวเนื่องทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน,  ผลกระทบจากวิกฤติโควิด 19 รวมทั้ง ผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังซบเซามาตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่า หนึ่งภาคธุรกิจที่ว่านี้ก็คงจะเป็นต้องภาคธนาคารพาณิชย์อย่างแน่นอน 

สินเชื่อบ้าน ที่ไหนดี

          สังเกตไหมว่า ภาคธนาคารพาณิชย์ในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากจะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์หายไป ทำให้กลุ่มผู้ขอสินเชื่อบ้าน หรือแม้กระทั้งกลุ่มผู้ขอสินเชื่อธุรกิจได้รับผลกระทบและลดลงไปตามกันแล้ว  ยังมีอีกเรื่องที่ต้องกังวลไม่น้อย นั่นก็คือโอกาสที่จะเกิดหนี้เสียอีกด้วย พอมีสาเหตุแบบนี้ เหล่าธนาคารพาณิชย์จึงต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของการอนุมัติสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำหนดรายได้ขั้นต่ำของผู้กู้,

ลิมิตวงเงินกู้สูงสุดที่เข้มงวดมากขึ้น หรือแม้กระทั้งการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด พอเป็นแบบนี้กลุ่มคนกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีเงินสดไม่เพียงพอต่อการซื้อบ้านด้วยเงินสดเพียงอย่างเดียว ย่อมต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน ก็จะได้รับผลกระทบตามกันไปแบบเต็ม ๆ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการขอสินเชื่อซื้อบ้านในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว

          เชื่อว่าเรื่องนี้คงจะทำให้ใครหลายคนที่รู้สึกหนักอกหนังใจ อยากจะมีปรึกษาสินเชื่อบ้านกันเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น พนักงานหรือคนวัยทำงานทั่วไปที่รายได้ประมาณ 20,000 – 30,000 บาท และยังไม่เคยมีประสบการณ์การขอสินเชื่อบ้านกันมาก่อน หากกำลังจะซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย เช่น บ้าน, ทาวน์โฮม หรือ คอนโดมิเนียม เป็นครั้งแรกแบบนี้แล้ว คงมีความสงสัยกันไม่น้อยว่า สินเชื่อบ้านที่ไหนดี?  จะปรึกษาสินเชื่อบ้านยังไงดี?  แล้วสินเชื่อของธนาคารต่าง ๆ เช่น สินเชื่อบ้าน ธอสสินเชื่อบ้านธนาคารกรุงเทพสินเชื่อบ้านกรุงศรี จะเป็นอย่างไร? แล้วเราควรจะเลือกกู้กับที่ไหนดี? และควรพิจารณาอะไรบ้าง?

          เพื่อให้เพื่อนๆ ได้คำตอบที่จะช่วยให้การขอสินเชื่อบ้านที่ไหนดีเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น วันนี้เราจึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ รวมทั้ง จุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละธนาคารชั้นนำมารวมไว้ให้แล้ว โดยจะแบ่งเล่ารายชื่อสถาบันการเงินต่างๆ ได้แก่ “กลุ่มธนาคารรัฐ” และ “กลุ่มธนาคารเอกชน” โดยกลุ่มธนาคารรัฐ

จะขอยกตัวอย่าง 3 ธนาคารชั้นนำ นั่นคือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส), ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย และสำหรับกลุ่มธนาคารเอกชน จะขอยกตัวอย่าง 5 ธนาคารชั้นนำ นั่นคือ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารทหารไทย (TMB) ว่าแต่รายละเอียดและความน่าสนใจในแต่ละธนาคารที่ว่านี้ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น หากเพื่อนๆ พร้อมกันแล้ว ไปหาคำตอบกันเลย

3 ธนาคารรัฐ สินเชื่อบ้านที่ไหนดี ?

1. สินเชื่อบ้าน ธอส ธนาคารอาคารสงเคราะห์

 สินเชื่อบ้าน ธอส

          สำหรับการขอสินเชื่อบ้านปี 2564 นี้ ก็มีหลากหลายสินเชื่อบ้าน ธอส ที่น่าสนใจ ซึ่งจะขอยกตัวอย่าง 2  สินเชื่อบ้านล่าสุดที่เปิดให้บริการในปี 2564 นั่นคือ สินเชื่อบ้าน New Home  และ สินเชื่อบ้านคนละหลัง รายละเอียดมีดังนี้

 สินเชื่อบ้าน ธอส ประเภทนี้จะเป็นสินเชื่อรองรับวัตถุประสงค์คือ การซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด โดยหลักประกันที่นำมาขอกู้นั้น จะต้องไม่เคยโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือมาก่อน หรือก็คือบ้านโครงการใหม่นั่นเอง ซึ่งจะอนุมัติวงเงิน 1.5-2.5 ล้านบาท  สำหรับระยะเวลาการผ่อนชำระ จะไม่น้อยกว่า 3 ปี 6 เดือน และไม่เกิน 40 ปี ซึ่งระยะเวลาที่ว่านี้ จะรวมกับอายุของผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 70 ปี แต่ก็มีเงื่อนไขพิเศษ คือ กรณีใครที่เป็นข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่นๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี จะยืดช่วงเวลาเมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนจ่ายแล้ว ต้องไม่เกิน 75 ปี นั่นเอง

  • สำหรับอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 (เดือนที่ 1 – 6 = 1.99% ต่อปี) (เดือนที่ 7 – 12 = 2.80% ต่อปี)
  • ปีที่ 2 = MRR – 3.15% ต่อปี
  • ปีที่ 3 =  MRR – 2.65% ต่อปี
  • จากนั้น ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา

กรณีลูกค้าสวัสดิการ = MRR – 1.00% ต่อปี และ กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป = MRR – 0.50% ต่อปี ที่น่าสนใจคือ ค่าธรรมเนียมจะเรียกเก็บตามระเบียบธนาคาร แต่จะยกเว้น ค่าธรรมเนียมยื่นกู้ร้อยละ 0.1 ของวงเงินนิติกรรม อีกด้วย

 สรุปได้ว่า หากใครกำลังมองหาสินเชื่อบ้าน ธอส สำหรับซื้อบ้านที่เป็นโครงการใหม่ ไม่ใช่บ้านมือสอง จะเหมาะกับสินเชื่อบ้าน New Home อย่างมาก เพราะนอกจากเป็นสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำแล้ว ยังมีระยะเวลาผ่อนชำระยาวถึง 40 ปี และเมื่อรวมอายุผู้กู้บ้านยาวถึง 70 ปี เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากการลดค่าธรรมเนียมยื่นกู้ร้อยละ 0.1 ของวงเงินนิติกรรม อีกด้วย ส่วนข้อด้อยของสินเชื่อนี้ ก็คงเป็นเรื่องวงเงินกู้ค่อนข้างน้อย คือสามารถกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 2.5 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้น ใครที่จะขอสินเชื่อนี้ จำเป็นต้องมีเงินออมเงินสดสำรองสำหรับการซื้อบ้านด้วยเหมือนกัน รวมทั้งเป็นสินเชื่อที่จำกัดเฉพาะโครงการใหม่เท่านั้น ดังนั้นใครที่กำลังจะซื้อบ้านหรือคอนโดมือสอง ก็จะไม่เข้าเงื่อนไขสินเชื่อประเภทนี้ อีกด้วย

          เป็นสินเชื่อบ้าน ธอส ที่จะรองรับวัตถุประสงค์ทั้งการซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้าน, ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน, ต่อเติมขยายซ่อมแซม รวมทั้งการไถ่ถอนจำนองอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย โดยจะอนุมัติวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท  สำหรับระยะเวลาการผ่อนชำระ จะอยู่ในช่วง 6-40 ปี ซึ่งระยะเวลาที่ว่านี้ จะรวมกับอายุของผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 70 ปีนั่นเองบ้าน

  • สำหรับอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 = 2.75% ต่อปี
  • ปีที่ 3 =  MRR -3.40% ต่อปี
  • ปีที่ 4-5 = MRR -2.00% ต่อปี
  • จากนั้น ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา

กรณีลูกค้าสวัสดิการ = MRR – 1.00% ต่อปี และ กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป = MRR – 0.75% ต่อปี ที่น่าสนใจคือ สินเชื่อบ้านประเภทนี้ จะได้รับสิทธิค่าธรรมเนียมฟรี ไม่ว่าจะเป็น ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ร้อยละ 0.1 ของวงเงินกู้, ค่าประเมินราคาหลักประกัน  (1,900 – 2,300 บาท) และค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ไม่เกิน 1,000 บาทต่อราย) แต่สินเชื่อนี้จะรับอนุมัติเฉพาะผู้กู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น และยังได้สิทธิขอสินเชื่อได้เพียง 1 หน่วยต่อ 1 หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น

 สรุปได้ว่า สินเชื่อบ้าน ธอส นี้เหมาะสำหรับผู้ขอสินเชื่นบ้านทุกประเภท โดยจะไม่ได้ข้อจำกัดประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยแต่อย่างใด และจุดเด่นอีกข้อหนึ่งของสินเชื่อนี้ ก็คือยังฟรีค่าธรรมเนียมทั้งในเรื่องการยื่นกู้, การประเมินหลักทรัพย์, ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม อีกด้วย แต่ก็มีจุดด้อยตรงที่จะเป็นสินเชื่อบ้านที่จำกัดรายได้ผู้กู้จะต้องไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นหากใครที่มีเงินเดือนเกินกว่ากำหนดนี้ ก็จะหมดสิทธิ์สำหรับการยื่นกู้สินเชื่อนี้อย่างน่าเสียดายhere

*ข้อมูลรวบรวมเมื่อ 31 พ.ค. 64 อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของธนาคาร

2. สินเชื่อบ้าน ธนาคารออมสิน

 สินเชื่อบ้าน ธนาคารออมสิน

          สินเชื่อบ้าน ธนาคารออมสิน จะมีชื่อว่า สินเชื่อเคหะ” เป็นสินเชื่อรองรับวัตถุประสงค์คือ การซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้าน หรือจะเป็นซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด,ต่อเติมซ่อมแซม หรือเพื่อไถ่ถอนจำนองอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ  โดยจะอนุมัติวงเงินก็ไม่เกิน 80-100% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินหลักทรัพย์ที่ต่ำกว่า ขึ้นอยู่กับว่าทรัพย์ที่ยื่นกู้นั้น เป็นทรัพย์สินที่เท่าไร่ของกรรมสิทธิ์ของผู้กู้ เพราะ

  • ถ้าซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นครั้งแรก จะอนุมัติ 90-95% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินหลักทรัพย์ที่ต่ำกว่า
  • หากเป็นการยื่นกู้หลังที่ 2 จะอนุมัติราว 80-90%ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินหลักทรัพย์ที่ต่ำกว่า และ
  • หากเป็นหลังที่ 3 จะอนุมัติ ไม่เกิน 70% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินหลักทรัพย์ที่ต่ำกว่า

          พูดง่าย ๆว่า ยิ่งยืนกู้ซื้อบ้านหลังที่มากขึ้น วงเงินอนุมัติก็จะยิ่งลดลงนั่นเอง ด้านระยะเวลาผ่อนชำระจะนานสูงสุด 40 ปี แต่เมื่อรวมอายุของผู้กู้จะต้องไม่เกิน 65 ปี แต่ก็มีเงื่อนไขพิเศษคือกรณีผู้กู้เป็นเจ้าของกิจการที่มีรายได้ที่แน่นอน ก็จะมีระยะเวลาผ่อนชำระยาวไปถึง 70 ปีได้ มาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะอยากรู้แล้วว่าอัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่าอัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามระเบียบของธนาคารออมสิน  โดยตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 25663 เป็นต้นไป จะคิดอัตราดอกเบี้ย MRR -1 ที่น่าสนใจ นั่นเองบ้าน

 สรุปได้ว่า หากถามว่าสินเชื่อบ้านที่ไหนดี หนึ่งในนั้นคือสินเชื่อบ้าน ออมสิน ที่เหมาะสมรองรับความต้องการของผู้กู้ทุกช่วงอายุ ทุกประเภทอสังหาริมทรัพย์ และยังไม่จำกัดวงเงินกู้อีกด้วย แต่ก็มีข้อด้อยตรงนี้ ยิ่งกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่มากขึ้น วงเงินกู้ก็จะลดลง อย่างการกู้หลังที่ 3 จะเหลือวงเงินอนุมัติราว 70% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินหลักทรัพย์ที่ต่ำกว่า นั้นเอง

*ข้อมูลรวบรวมเมื่อ 31 พ.ค. 64 อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของธนาคาร

3. สินเชื่อบ้าน ธนาคารกรุงไทย

สินเชื่อบ้าน ธนาคารกรุงไทย

 สินเชื่อบ้าน ธนาคารกรุงไทย จะเป็นสินเชื่อรองรับวัตถุประสงค์ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น การกู้ยืมเพื่อนำไปก่อสร้างที่อยู่อาศัย, ซื้อบ้านอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ รวมทั้งการไถ่ถอนจำนองจากสถานบันการเงินอื่น ๆ ซึ่งจะอนุมัติวงเงินสูงสุด 100% ต่อหลักประกัน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่ปัจจัยด้านราคาประเมินของอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ เช่น กรณีมีมูลค่าน้อยกว่า 10 ล้านบาท จะอนุมัติวงเงินราว 70-100% ต่อหลักทรัพย์ แต่หากมูลค่าอสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จะอนุมัติวงเงินราว 70-90% ต่อหลักทรัพย์  นั่นก็หมายความว่ายิ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาแพงยิ่งได้รับวงเงินอนุมัติน้อยลงนั่นเอง สำหรับระยะเวลาการผ่อนชำระ จะไม่เกิน 40 ปี  ซึ่งระยะเวลาที่ว่านี้ จะรวมกับอายุของผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 70 ปี ที่น่าสนใจคือ ความหลากหลายของอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะขึ้นอยู่กับว่า ทรัพย์ที่ซื้อนั้น เป็นบ้านใหม่ หรือบ้านมือสอง  โดยสำหรับผู้ยื่นกู้ในลักษณะเป็นบ้านใหม่ จะได้รับฟรีค่าธรรมเนียมยื่นกู้

  • สำหรับอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 = 0.64% ต่อปี
  • ปีที่ 2-3 = MRR – 2.30% ต่อปี
  • จากนั้น ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาจะคิดอัตราดอกเบี้ย = MRR – 1.50% ต่อปี

เรียกว่าอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี จะอยู่ที่ 2.83% สำหรับผู้ยื่นกู้ในลักษณะเป็นบ้านมือสอง อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 = 0.64% ต่อปี ,ปีที่ 2-3 = MRR – 2.15% ต่อปี จากนั้น ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา = MRR – 1.25% ต่อปี เรียกว่าอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3ปี จะอยู่ที่ 2.93% และก็จะไม่ได้รับโปรโมชันฟรีค่าธรรมเนียม อีกด้วย

 สรุปได้ว่า สินเชื่อบ้าน กรุงไทย เหมาะแก่ผู้กู้บ้านทุกประเภท ไม่มีข้อจำกัดวงเงินสูงสุด และยังได้รับโปรโมชันดอกเบี้ยเพียง 0.64% ตลอดปีแรกอีกด้วย แต่ก็มีข้อด้อยอยู่ตรงที่หากเป็นการกู้ซื้อบ้านจำนวนหลาย ๆ หลัง ก็คือมีบ้านหรือคอนโดมิเนียมอยู่แล้ว แล้วเป็นการกู้ซื้อเพิ่ม ก็จะทำให้วงเงินอนุมัติลดลง ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหาสินเชื่อบ้านใหม่หลังแรก ปรึกษาสินเชื่อบ้านกรุงไทยได้เลย เพราะมีโอกาสรับประโยชน์ทั้งในด้านวงเงินอนุมัติ รวมทั้งดอกเบี้ยถูก แถมยังได้รับโปรโมชันฟรีค่าธรรมเนียม อีกด้วย